Mocha Diffusion เทคนิคสร้าง “ลายรากไม้” ด้วยวิทยาศาสตร์

Mocha Diffusion เทคนิคสร้าง “ลายรากไม้” ด้วยวิทยาศาสตร์

ในโลกของงานเซรามิก นอกจากการปั้นรูปทรงแล้ว “การตกแต่งพื้นผิว” (Surface Decoration) คือขั้นตอนที่ช่างปั้นได้ใส่ชีวิตจิตใจลงไป หนึ่งในเทคนิคที่ดูซับซ้อนและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด แต่กลับทำได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อคือเทคนิคที่เรียกว่า “Mocha Diffusion” หรือที่ช่างปั้นไทยมักเรียกกันสั้นๆ ว่า “เทคนิคโมก้า”

วันนี้ Pottery Clay จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า ลวดลายที่ดูเหมือนกิ่งไม้แผ่ขยายตามธรรมชาตินี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะทำให้งานปั้นของคุณโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

Mocha Diffusion คือเทคนิคการตกแต่งบนพื้นผิวที่ยังเปียกอยู่ โดยการหยดสารละลายที่มีความเป็นกรดซึ่งผสมสีออกไซด์ลงไปบนน้ำดิน ที่มีความเป็นด่าง ปฏิกิริยาระหว่างกรดและด่างประกอบกับแรงตึงผิว จะทำให้สีที่หยดลงไป “แตกตัว” และ “วิ่ง” ออกไปเป็นแขนงคล้ายกิ่งไม้ เฟิร์น หรือรากไม้ที่มีความละเอียดสูง

ชื่อ “Mocha” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกาแฟ แต่มีที่มาจากเมืองท่า Mocha ในประเทศเยเมน ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกหิน Moss Agate (Mocha Stone) ที่มีลวดลายกิ่งไม้ด้านใน ช่างปั้นชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 18 จึงพยายามหาวิธีเลียนแบบลวดลายธรรมชาติเหล่านั้นลงบนถ้วยชาม จนเกิดเป็นเทคนิคเฉพาะตัวที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน

การจะสร้างลวดลายนี้ คุณต้องเตรียม "ของเหลว" 2 ชนิดที่มีคุณสมบัติต่างกัน

1. น้ำดิน (The Slip) คือดินเหลวที่ใช้ทาเคลือบผิวชิ้นงานก่อนตกแต่ง ควรมีลักษณะเนียนละเอียด และมีความข้นประมาณนมข้นจืด

2.  น้ำยาสร้างลาย (The Mocha Tea) หัวใจสำคัญคือ “กรด” ซึ่งสูตรโบราณ ใช้น้ำต้มยาสูบเข้มข้นที่ได้กรดจากนิโคติน ส่วนสูตรสมัยใหม่ ใช้น้ำส้มสายชู (Apple Cider Vinegar) ผสมกับสี Stain หรือสารช่วยละลายอย่าง Wax Resist บางชนิด สำหรับตัวให้สี ใช้สีเซรามิกสเตน (Stains) หรือออกไซด์ เช่น Copper Carbonate (สีเขียว), Manganese Dioxide (สีน้ำตาล/ดำ)

ขั้นตอนการสร้างสรรค์ Mocha Diffusion

เตรียมชิ้นงานที่ควรอยู่ในระยะ Leather-hard  หรือแข็งพอประมาณแต่ยังมีความชื้น เพื่อให้รับน้ำดินใหม่ได้ดีโดยไม่บิดเบี้ยว จากนั้นทาหรือชุบน้ำดินสีพื้นลงบนชิ้นงาน แต่ต้องรีบทำลวดลายในขณะที่น้ำดินยังเปียก เพราะหากน้ำดินเริ่มหมาด ลวดลายจะไม่วิ่ง

ในการสร้างลวดลายให้ใช้พู่กันหรือสลิง แตะน้ำยา Mocha Tea แล้วหยดลงบนพื้นผิวเบาๆ ในการหยดบนพื้นราบ ลายจะแตกตัวออกรอบทิศทางคล้ายเกล็ดหิมะ แต่ถ้าเอียงชิ้นงาน ลายจะวิ่งลงตามแรงโน้มถ่วง เกิดเป็นพุ่มไม้ที่ดูมีมิติ หลังจากนั้นทิ้งให้ชิ้นงานแห้งสนิทตามปกติ นำไปเผาบิสกิต (Biscuit) จากนั้นสามารถเคลือบใส (Clear Glaze) ทับเพื่อดึงให้ลวดลายชัดเจนและเงางาม

ขอปิดท้ายด้วย Tips & Tricks สำหรับมือใหม่ กับ 3 สิ่งที่จะช่วยให้ลวดลายที่ออกมาสวยงามอย่าสงใจ

  1. หากหยดสีช้าเกินไปจนน้ำดินแห้ง ลายจะกลายเป็นแค่จุดกลมๆ ไม่แตกแขนง
  2. ความหนาของน้ำดิน ถ้าน้ำดินหนาไป ลายจะจม ถ้าน้ำดินบางไป ลายจะแตกแขนงได้ไม่ไกล
  3. ทดลองสูตรกรด ลองใช้น้ำมะนาว หรือน้ำผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูงมาผสมสีดู คุณอาจจะได้ลวดลายที่แปลกตาออกไป

Mocha Diffusion เป็นเทคนิคที่ผสมผสานระหว่าง "วิทยาศาสตร์" และ "ศิลปะ" อย่างลงตัว แม้คุณจะคุมทิศทางไม่ได้ 100% แต่ความไม่แน่นอนนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้งานแต่ละชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก 

กลับไปยังบล็อก